คนท้องกับมะเขือเทศ ไขข้อข้องใจ คนท้องทานมะเขือเทศทารกในครรภ์จะเป็นอันตรายหรือไม่

คนท้องมะเขือเทศ

คนท้อง กับ มะเขือเทศ เป็นเรื่องที่คุณแม่หลายท่านยังคงสงสัยอยู่ ว่าการทานมะเขือเทศหรือน้ำมะเขือเทศขณะตั้งครรภ์แค่ไหนถือว่าพอดีต่อทารกในครรภ์ หรือคุณแม่บางท่านก็กังวลมากเกินไปว่า การทานมะเขือเทศขณะตั้งครรภ์สามารถทำได้ไหม เพราะรู้มาว่าในมะเขือเทศนั้นอุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย และเป็นผักที่มีวิตามินเอสูงมาก กลัวจะไปกระทบต่อทารกในครรภ์ เพราะไปอ่านเจอมาว่า คนท้องที่ได้รับวิตามินเอมากเกินไปจะทำให้แท้งลูกหรือทารกในครรภ์พิการได้  เนื่องจากวิตามินเอมีผลต่อการเจริญเติบโตของเด็กในครรภ์ ซึ่งอาจทำให้เด็กมีความผิดปกติที่ทางเดินปัสสาวะ กระดูกผิดรูป หรือมีติ่งปูดออกมาที่บริเวณหู ซึ่งวันนี้แอดมินจะมาไขข้อสงสัยเหล่านี้ให้คุณแม่มือใหม่ มือเก่า ทุกท่านที่ต้องการทานมะเขือเทศขณะตั้งครรภ์ได้ทราบกันค่ะ ว่าแท้ที่จริงแล้ว คนท้องทานมะเขือเทศได้ค่ะ มีประโยชน์อย่างมหาศาลอีกด้วยนะคะ

บทความจากใกล้มิตรชิดหมอ ได้กล่าวไว้ว่า วิตามินเอที่อยู่ในผักผลไม้ไม่พบว่ามีอันตรายต่อเด็กในท้องแต่อย่างใดค่ะ สามารถรับประทานได้โดยไม่ต้องกังวลนะคะ

ตัวแอดมินเองค่ะตอนท้องชอบทานมะเขือเทศมากๆ
ช่วงที่แอดมินท้องอ่อนๆ จนกระทั่งครบกำหนดคลอด ชอบทานมะเขือเทศเป็นลูกๆเลย ทานเกือบทุกวัน ทานเหมือนผลไม้ชนิดนึงเลยค่ะ เพราะมีความเชื่อว่า ถ้าทานมะเขือเทศระหว่างตังครรภ์จะทำให้ทารกในครรภ์ออกมาผิวสวยค่ะ และก็เป็นแบบนั้นจริงๆค่ะ ลูกชายออกมาผิวขาวสวย สุขภาพดีมากๆค่ะ ตอนที่เขาเล็กๆ เห็นเลือดฝาดๆที่แก้มเลยค่ะ น่ารักมากๆ ^__^ ดูได้จากรูปเลยนะคะ เขาเป็นลูกครึ่งเยอรมันค่ะ ^^

ทานมะเขือเทศตอนท้อง
ทานมะเขือเทศตอนท้อง

ถ้าคุณแม่ท่านไหนกลัวว่าการทานมะเขือเทศระหว่างตั้งครรภ์จะเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปนะคะ ลองมาดูคุณประโยชน์ของมะเขือเทศลูกกลมๆสีแดงสดกันเลยค่ะ ว่าเลอค่าแค่ไหนสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

ประโยชน์ของมะเขือเทศ

มะเขือเทศ เป็นผลไม้สีแดงสดที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ประกอบไปด้วยสารอาหารที่สำคัญหลายชนิด เช่น วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก โดยเฉพาะวิตามินเอ และวิตามินซี นอกจากนี้ยังมีสารไลโคปีน (Lycopene) ซึ่งเป็นสารสีแดง และมีประโยชน์มหาศาลในเรื่องผิวพรรณ ช่วยบำรุงผิวจากภายในเลย

จากการศึกษาและวิจัยพบว่า ไลโคปีน มีประสิทธิภาพอันทรงพลังในการต่อต้านอนุมูลอิสระได้มากกว่าวิตามินอีถึง 100 เท่าในปริมาณที่เท่ากัน โดยไลโคปีน จะทำงานร่วมกับออกซิเจนในกระแสเลือด เพื่อจับสารอนุมูลอิสระและขับออกจากร่างกาย พร้อมทำหน้าที่เติมน้ำและความชุ่มชื้นเสมือนเป็นการสร้างเกราะป้องกันให้กับคอลลาเจนในชั้นผิวอีกด้วย ไลโคปีนในมะเขือเทศจึงมีหน้าที่ในการกำจัดสารอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นบนผิวหนัง พร้อมทั้งยังช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินที่เป็นตัวการทำให้เกิดความหมองคล้ำ ทำให้ผิวของเราสดใสอิ่มน้ำดูสุขภาพดี

นอกจากนั้นแล้วเจ้าสารไลโคปีนยังช่วยสร้างเกราะป้องกันร่างกายเสื่อม ช่วยป้องกันโรคร้ายต่างๆ ไลโคปีนจะทำหน้าที่ปกป้องการเสื่อมสภาพของเซลส์ในร่างกาย จากอนุมูลอิสระที่เกิดจากการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การเจอแสงแดด มลพิษ ความเครียด หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ และมีส่วนช่วยลดเลือนริ้วรอยก่อนวัย ปรับระบบฮอร์โมนและภูมิคุ้มกัน ยับยั้งเอนไซม์สำคัญที่ใช้สังเคราะห์โคเลสเตอรอลและเร่งสลายโคเลสเตอรอลชนิดไม่ดี ตลอดจนช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตในร่างกายด้วยค่ะ

หน้าที่สำคัญของวิตามินเอ

  • เป็นสารต้านอนุมูลอิสระสามารถชะลอความแก่ได้
  • ช่วยในเรื่องของผิวพรรณ ลดการอักเสบของสิว และช่วยลบเลือนจุดด่างดำ
  • ช่วยสร้างภูมิต้านทานให้ระบบทางเดินหายใจ
  • ช่วยให้ผิวหนังแข็งแรง
  • ช่วยบำรุงสายตา ช่วยให้การมองเห็นเป็นไปอย่างปกติ และแก้โรคตามัวตอนกลางคืน
  • เป็นปัจจัยสนับสนุนให้เซลล์มีการเจริญเติบโต

โทษของวิตามินเอ ขณะตั้งครรภ์ ถ้าได้รับมากเกินไปจะเป็นอันตราย

  • แท้งลูกหรือพิการ หญิงมีครรภ์ที่ได้รับวิตามินเอมากเกินไปมีความเสี่ยงต่อภาวะทารกในครรภ์คลอดออกมาพิการหรือแท้งได้ เนื่องจากวิตามินเอมีผลต่อการเจริญเติบโตของเด็กในครรภ์ ซึ่งอาจทำให้เด็กมีความผิดปกติที่ทางเดินปัสสาวะ กระดูกผิดรูป หรือมีติ่งปูดออกมาที่บริเวณหู

วิตามินเอแบบไหนที่คนท้องควรหลีกเลี่ยง

– ตัวที่ร้ายที่สุดก็คือ 13-cis-retinoic acid หรือ isotretinoin นั่นเอง ยาตัวนี้มีชื่อการค้าที่เรารู้จักกันดี เช่น Roaccutane, acnotin เป็นยารักษาสิวที่กินแล้วปากแห้งๆนั่นละค่ะ ทั้งๆที่เป็นยาอันตรายมากๆ เพราะทำให้เกิดความพิการรุนแรงในทารกได้สูงกว่าปกติถึง 26 เท่า แต่ก็สามารถหาซื้อกันได้ง่ายดายอย่างไม่น่าเชื่อ
เรื่องนี้หมอเมษ์เคยเขียนในรายละเอียดไว้แล้ว ลองอ่านเพิ่มเติมดูได้ค่ะ

– Vitamin A ที่เป็นรูปของยาทา (topical form) โดยทฤษฎีแล้วตัวยาจะถูกเปลี่ยนปลงที่ผิวหนังและดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้น้อยมากๆ จึงน่าจะปลอดภัย แต่มีรายงานเคสจำนวนน้อยๆ ที่พบความพิการในทารกที่แม่มีการใช้ยาค่ะ จึงยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจน ถ้าให้สบายใจหลีกเลี่ยงได้ก็เลี่ยงดีกว่าละกันนะคะ
แต่ถ้าใช้ไปแล้วระหว่างตั้งครรภ์ก็ไม่ได้อะไรมาก ไม่ต้องกังวลจนเกินไป จะหยุดก็ได้ จะใช้ต่อก็โอเคค่ะ

– Vitamin A ที่เป็นส่วนประกอบในวิตามินรวมยี่ห้อต่างๆ มีข้อมูลที่ยังไม่ชัดเจนนัก ว่าอาจก่อให้เกิดความพิการในทารกได้หากได้รับในปริมาณมาก โดยทั่วไปสามารถกินได้ แต่แนะนำว่าไม่ควรได้เกิน 5000 IU ต่อวันค่ะ
(ยกตัวอย่างยา obimin 1 เม็ดจะมี vit A 5000 IU ดังนั้นก็ไม่ควรกินเกินวันละเม็ดนะคะ)

เห็นไหมค่ะ ว่าคนท้องทานมะเขือเทศได้ มีคุณประโยชน์อย่างมากมายด้วยนะคะ อย่างนี้แล้ววันนี้คุณแม่ท่านไหนยังไม่กล้าทานมะเขือเทศ ลองหามาทานได้เลยนะคะ คุณแม่จะสุขภาพผิวพรรณดีมากๆและยังเผื่อแผ่ไปให้เจ้าตัวเล็กที่อยู่ในครรภ์อีกด้วยนะคะ

ขอขอบคุณบทความบางส่วนจาก
https://th.wikipedia.org
malee.co.th
เพจใกล้มิตรชิดหมอ

Please follow and like us:
RSS
Follow by Email
Facebook
Google+
http://newmomy.com/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8/
Twitter

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *